บทที่ 8 การสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง
แนวคิดของความเชื่อมั่นในตนเอง
สังคมในปัจจุบันมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐ กิจ สังคมและวัฒนธรรม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการสื่อสารที่ไร้พรมแดน หรือเรียกอีกอย่างว่า กระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) ทำให้เด็กต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อให้เด็กๆสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การพัฒนาและฝึกฝนให้เด็กมีความรู้และทักษะที่จำเป็นในด้านต่างๆ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดี ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นคุณลักษณะที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการที่จะทำให้เด็กสามารถพัฒนาไปสู่ความสามารถในด้านอื่นๆ เช่น พัฒนาการทางสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล ความสามารถในการตัดสินใจและแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างเหมาะสม การยอมรับประสบการณ์และการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่เกิดขึ้น การเป็นผู้มุ่งอนาคตมากกว่าอดีต เป็นต้น ดังนั้น ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นคุณลักษณะพื้นฐานที่สำคัญ ที่ควรเสริมสร้างให้มีในตัวเด็กที่อยู่ร่วมกันในสังคม แต่การที่จะพัฒนาบุคลิกภาพของเด็กให้ได้ดีและสำเร็จเพียงใดนั้น ปัจจัยพื้นฐานสำคัญย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการเรียนรู้ ที่เด็กได้รับจากการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว และการได้รับการศึกษาในระบบโรงเรียนในช่วงวัยแรกเริ่มหรือระดับปฐมวัย ดังที่อนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ กล่าวว่า“ช่วงอายุปฐมวัยเป็นวัยที่สำคัญที่สุดสำหรับพัฒนาการของชีวิต ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่เด็กได้รับในช่วง 6 ปีแรกของชีวิต จะมีผลต่อการวางรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาบุคลิกภาพของเด็ก ที่จะส่งผลต่อบุคลิกภาพของบุคคลในวัยผู้ใหญ่ ดังนั้น การจัดกระบวนการเรียนการสอน เพื่อการส่งเสริมพัฒนาการและบุคลิกภาพด้วยวิธีการที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญยิ่ง” อีริคสัน (Erikson) ได้กล่าวถึงการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กที่ควรตระหนักว่า ถ้าเด็กมีโอกาสทำสิ่งต่างๆ และได้รับการยอมรับ ให้อิสระแก่เด็กในการเลือกทำกิจกรรมต่างๆ ผู้ใหญ่ให้โอกาสเด็กในการซักถามปัญหา เปิดโอกาสให้เด็กทดลองทำกิจกรรมต่างๆด้วยตนเอง ย่อมเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับเด็กได้ ในทางตรงข้าม ถ้าผู้ใหญ่ไปสกัดกั้นความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก หรือไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกและทำกิจกรรมต่างๆอย่างอิสระตามความต้องการและความสน ใจของเขาแล้ว ก็จะเป็นการสกัดกั้นความเชื่อมั่นในตนเองของเด็ก ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีความต้องการพื้นฐานของมาสโลว์ (Maslow) ที่กล่าวว่า ความเชื่อมั่นในตนเองนั้น สามารถปลูกฝังให้เกิดขึ้นได้ เพราะทุกคนในสังคมมีความปรารถนาที่จะได้รับความสำเร็จ ต้องการให้คนอื่นยอมรับกับความสำเร็จของตนด้วย ถ้าความต้องการนี้ได้รับการตอบสนองอย่างเพียง พอ จะทำให้บุคคลมีความเชื่อมั่นในตนเอง
หลักการในการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง
คุณเคยรู้สึกว่าตนเองต่ำต้อย กลัวและไม่มั่นใจไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตามหรือไม่ นั่นแสดงให้เห็น ว่า คุณมีความมั่นใจในตนเองค่อนข้างต่ำ ความรู้สึกเช่นนี้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้ หากคุณไม่สามารถหลุดจากสภาพดังกล่าวได้ โอกาสที่คุณจะก้าวหน้าในหน้าที่การงานก็คงเป็นเรื่องที่ห่างไกล ซ้ำยังมีความเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างหากสถานการณ์เลวร้ายมาก ๆการพัฒนา ความมั่นใจในตนเองอาจเป็นอุปสรรคใหญ่มากสำหรับบางคนที่ไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำอะไรที่ใหญ่เกินตัว คิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ จึงสบายใจที่จะอยู่ในมุมของตัวเองอย่างเงียบ ๆ มากกว่า และนั่นทำให้คุณแทบจะไม่มีบทบาทสำคัญในที่ทำงานเลย คนที่มีปัญหาเช่นนี้ จะถูกมองว่าขาดความกระตือรือร้น ขาดพลังในการ มุ่งสู่ความสำเร็จ ทั้งนี้ความผิดพลาดอยู่ที่รูปแบบการคิดของตัวคุณเอง
สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ พยายามกำจัดรูปแบบการคิดเชิงลบที่ชอบกระโดดเข้ามาในสมองของคุณ ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่คุณไม่เคยทำ เสียบ้าง การลองพยายามทำอะไรใหม่ ๆ เป็นวิธีที่ดีสำหรับการพัฒนาความมั่นใจในตนเอง เนื่องจากผู้ที่มีความมั่นใจในตนเองต่ำมักกลัว การทำสิ่งใหม่ การพูดคุยกับคนที่ไม่คุ้นเคย การไปสถานที่ที่ไม่เคยไป และอื่น ๆ อีกมากมาย เพียงแค่เริ่มต้นทีละก้าวเล็ก ๆ เริ่มพูดคุยกับ คนใหม่ ๆ ในที่ทำงานเริ่มเป็นฝ่ายเข้าหาผู้อื่น เริ่มคลุกคลีกับเพื่อนร่วมงานที่ชอบทำในสิ่งเดียวกัน จะช่วยเสริมความมั่นใจให้คุณได้
คุณควรอยู่ท่ามกลางคนที่คิดเชิงบวก แวดล้อมด้วยคนที่นับถือคุณ พวกเขาจะช่วยพัฒนาทักษะทางสังคมให้กับคุณทีละน้อยอย่าง เป็นธรรมชาติ โดยที่คุณไม่ทันได้คิดว่าคุณกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น พวกเขาจะค่อย ๆ สลายความคิดเชิงลบของคุณช้า ๆ และแทนที่ด้วยความคิดเชิงบวก จนคุณเชื่อมั่นว่าคุณทำได้ และเมื่อนั้นคุณก็จะทำได้
ความคิดเชิงบวกนี้เองที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณไม่เคยคิดว่าคุณสามารถทำได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการพัฒนาความมั่นใจในตนเอง นอกจากการพัฒนาด้านจิตใจแล้ว การดูแลร่างกายด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ เข้าโรงยิมหรือฟิตเนสใกล้ที่ทำงาน หรือแม้แต่ วิ่งเหยาะ ๆ เพียงสัปดาห์ละครั้งก็เป็นวิธีที่ดีในการพัฒนาความมั่นใจในตนเองได้ เพราะสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นช่วยให้คุณเกิดความรู้สึกด้านบวกกับตนเองเพิ่มขึ้นพร้อม ๆ กันด้วย
เมื่อคุณสามารถพัฒนาความมั่นใจในตนเองขึ้นมาได้ ไม่เพียงแต่คุณจะรู้สึกดีขึ้นมากกับตัวคุณเอง แต่คุณจะรู้สึกดีและสบายใจมากขึ้น เมื่อพูดคุยปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มการติดต่อสื่อสารทางสังคมของคุณมากขึ้น คุณจะรู้สึกท้าทายสนุกสนาน และมีความสุขเพิ่มขึ้น จากนั้นบทบาทของคุณในที่ทำงานจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป เมื่อคุณมั่นใจตนเองมากขึ้น ศักยภาพที่ซ่อนเร้นในตัวคุณ ก็จะเปิดเผยออกมา สู่สายตาของหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานได้เองอย่างที่คุณไม่คาดคิดมาก่อน
วิธีการสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง
แบ่งจิตของมนุษย์เป็น 3 ระดับ จะพูดถึง
1.จิตสำนึก มีหน้าที่ในการรับรู้นึดคิด สั่งการ โดยอาศัยประสาทรับรู้ทั้งห้า คือ จมูก ลิ้น กาย ในการรับรู้ นึกคิด สั่งการ
2.จิตใต้สำนึก เป็นแหล่งบันทึกข้อมูลขณะคนไม่รู้ตัว คนที่มีความคิด นิสัยพฤติกรรมการมองตนเอง
3.จิตเหนือสำนึก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น